Curriculum Planning
ยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
ยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
ปฏิบัติการ :
วางแผนการพัฒนาหลักสูตร ( Curriculum Planning )
|
กระบวนการพัฒนาหลักสูตร/ความรู้/ทักษะ/ความสามารถ
|
การทำความรู้ให้กระจ่างแจ้ง
|
การระบุ
การได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม่
|
ยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
|
|
Curriculum Planning
วัสดุช่างอุตสาหกรรม
|
การวางแผนหลักสูตร
รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของไทเลอร์
ไทเลอร์ (Ralph W. Tyler)
ได้ให้หลักเกณฑ์และเหตุผลไว้ว่า ในการพัฒนาหลลักสูตรและวางแผนการสอนนั้น
จะต้องตอบคำถาม 4 ประการ ดังนี้
1.มีจุดประสงค์ทางการศึกษาอะไรบ้าง ที่โรงเรียนควรแสวงหา
2.มีประสบการณ์ทางการศึกษาอะไรบ้าง
ที่สามารถจัดขึ้นเพื่อช่วยให้บรรลุจุดประสงค์ที่กำหนดไว้นั้น
3.จะจัดระบบประสบการณ์ดังกล่าวนี้อย่างไร จึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด
4.จะประเมินประสิทธิภาพของประสบการณ์ในการเรียนอย่างไรจึงจะตัดสินใจได้ว่าบรรลุถึงจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
ไทเลอร์มองว่า
นักการศึกษาจะต้องจัดการศึกษาที่มุ่งให้ความสำคัญกับสังคม
ด้วยการยอมรับความต้องการของสังคม และในการดำเนินชีวิต
ใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือที่มุ่งปรับปรุงสังคม ผู้สอนควรได้นำทั้งปรัชญาสังคมและปรัชญาการศึกษา
มาเป็นเค้าโครงพิจารณาใน 4 ประเด็น คือ
1. ความจำและการระลึกได้ของแต่ละคน
เป็นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ ไม่จำกัดว่าจะเป็นเชื้อชาติ สัญชาติ
หรือฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม
2. โอกาสเพื่อการมีส่วนร่วมที่เปิดกว้างในทุกระยะของกิจกรรมในกลุ่มสังคม
3. ให้การสนับสนุนของการเปลี่ยนแปลงมากกว่ามุ่งตอบความต้องการส่วนบุคคล
4. ความเชื่อและสติปัญญาเป็นดังวิธีของความคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญมากกว่าที่จะขึ้นอยู่กับอำนาจรัฐหรือผู้มีอำนาจ
ไทเลอร์ให้ความสำคัญในการใช้จิตวิทยา
ไม่เพียงการตอบข้อค้นพบเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น
หากยังใช้จิตวิทยาในฐานะทฤษฎีการเรียนรู้
ซึ่งช่วยในการกำหนดกรอบโครงสร้างของกระบวนการเรียนรู้อีกด้วย
ไทเลอร์กล่าวถึงความสำคัญของการกลั่นกรองด้วยจิตวิทยา สรุปได้ดังนี้
1. ช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นที่แตกต่างกันและสามารถคาดหวังผลจากกระบวนการเรียนรู้หรือไม่ก็ได้
2. ช่วยให้เรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในจุดหมายที่เป็นไปได้ในระยะเวลาที่ยาวนานหรือความเป็นไปได้ที่จะบรรลุผลในแต่ละช่วงอายุ
3. ช่วยให้ความคิดบางอย่างเกี่ยวกับระยะเวลาที่ต้องการให้บรรลุผลตามจุดประสงค์และช่วงอายุซึ่งเป็นความพยายามสูงสุดที่จะเกิดผลดังความตั้งใจ
เมื่อผ่านการกลั่นกรองแล้ว
ไทเลอร์ให้คำแนะนำการวางแผนหลักสูตร 3 ประเด็น คือ
การเลือกประสบการณ์เรียนรู้ การจัดระบบโครงสร้างประสบการณ์เรียนรู้
และการประเมินผลการเรียนรู้
ซึ่งผู้สอนต้องจัดประสบการณ์เรียนรู้ดังนี้
1. พัฒนาทักษะการคิด
2. ช่วยให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ
3. ช่วยให้ได้พัฒนาเจตคติเชิงสังคม
4. ช่วยให้ได้พัฒนาความสนใจ
ทักษะในทศวรรศ ที่เกียวข้องกับวิชานี้มี4C ดังนี้
1.Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา) 2.Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์) 3.Collaboration, teamwork & leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ) 4.Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)
ปรัชญาการศึกษา
1.ปรัชญาสารนิยม หรือสารัตถนิยม (Essentialism)เป็นปรัชญาที่เชื่อว่า การศึกษาเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความรู้ความจริงทางธรรมชาติ 2. ปรัชญาสาขาสัจวิทยานิยม หรือสัจนิยมวิทยา หรือนิรันตรนิยม (Perenialism)เป็นปรัชญาที่เชื่อว่าโลกนี้มีบางสิ่งที่มีคุณค่าถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง ที่เราควรอนุรักษ์และถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังต่อไป 3.ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม หรือพิพัฒนนิยม หรือวิวัฒนาการนิยม (Progressivism)เป็นปรัชญาที่มีความเชื่อว่าการดำรงชีวิตที่ดี ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการคิดที่ดีและการกระทำที่เหมาะสม 4.ปรัชญาสาขาปฏิรูปนิยม (Reconstructionism)เป็นปรัชญาที่เชื่อว่า การปฏิรูปสังคม เป็นหน้าที่ของสมาชิกของคนในสังคมทุกคน และการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ 5.ปรัชญาสาขาอัตถิภาวนิยม หรืออัตนิยม(Existentialism)เป็นปรัชญาที่เชื่อในความมีอยู่เป็นอยู่ของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนจะต้องกำหนดหรือแสวงหาตนเอง
การวางแผนหลักสูตร
1.มีจุดมุ่งหมายทางการศึกษาอะไรบ้างที่โรงเรียนควรจะแสวงหา 2.มีประสบการณ์ทางการศึกษาอะไรบ้างที่โรงเรียนควรจัดขึ้นเพื่อช่วยให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ 3.จะจัดประสบการณ์ทางการศึกษาอย่างไร จึงจะทำให้การสอนมีประสิทธิภาพ 4.จะประเมินผลประสิทธิภาพของประสบการณ์ในการเรียนอย่างไร จึงจะตัดสินได้ว่าบรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ |
1. มีความมุ่งหมายทางการศึกษาอะไรบ้างที่โรงเรียนควรจะแสวงหา
|
วิสัยทัศน์
มุ่งพัฒนาผู้เรียนโดยเน้นกระบวนการทำงาน
และจัดการอย่างเป็นระบบ
มีความคิดสร้างสรรค์
ในงานวัสดุช่างอุตสาหการและทักษะการออกแบบ
ใช้กระบวนการเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
สร้างพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือวิธีใหม่ๆ
ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
และพลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า
|
Curriculum Design
ปฏิบัติการ :
ออกแบบการพัฒนาหลักสูตร ( Curriculum Design)
|
กระบวนการพัฒนาหลักสูตร/ความรู้/ทักษะ/ความสามารถ
|
การทำความรู้ให้กระจ่างแจ้ง
|
การระบุ
การได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม่
|
ยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
|
|
Curriculum Planning
วัสดุช่างอุตสาหกรรม
|
การออกแบบหลักสูตร
เป็นหลักคิดเพื่อการสร้างหลักสูตรที่ดีมีประสิทธิภาพ
โดยได้กล่าวว่าการออกแบบการจัดการเรียนรู้หรือหลักสูตรนั้นต้องประกอบด้วยพื้นฐาน 7 ประการ คือ
1.Challenge
and enjoyment (ค้นหาศักยภาพและความสุข)
คือ หลักสูตรต้องได้รับการออกแบบให้นักเรียนได้ค้นหาศักยภาพและกระตุ้นนักเรียนให้มีความสนใจในการเรียนรู้
2..Breadths (ความกว้าง)
คือ หลักสูตรที่ดีต้องเปิดกว้างในการเรียนรู้
เพราะการเรียนรู้มีได้หลากหลายแนวทาง
3.Progressions (ความก้าวหน้า) คือ
หลักสูตรต้องออกแบบมาให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาไปสู้ความก้าวหน้าที่ผู้เรียนตั้งเป้าไว้
4. Depths (ความลึกซึ้ง) คือ
หลักสูตรต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้อย่างลึกซึ้ง ที่สำคัญคือ
หลักสูตรต้องให้โอกาสนักเรียนได้ใช้
5.Coherence (ความเกี่ยวข้อง)
คือ หลักสูตรที่ดีต้องมีเนื้อหาและจุดประสงค์ที่สนองกับบริบทที่จะนำหลักสูตรใช้
6.Relevance (ความสัมพันธ์กัน) คือ เนื้อหาในหลักสูตรต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้องกับจุดประสงค์ 7.Personalization and choice (ความเป็นเอกลักษณ์และตัวเลือก)คือหลักสูตรที่ดีต้องให้นักเรียนได้ค้นพบ |
2. มีประสบการณ์ทางการศึกษาอะไรบ้างที่
โรงเรียนควรจัดขึ้นเพื่อช่วยให้บรรลุจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ |
พันธกิจ
1.เพื่อให้มีความเข้าใจหลักการพื้นฐานในการจำแนก
ชนิด ลักษณะ คุณสมบัติ มาตรฐานการใช้งานของวัสดุอุสาหกรรม
2.เพื่อให้คำนึงถึงความสำคัญของการเรียนวิชาวัสดุช่างอุตสาหกรรม
3.เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าของวัสดุ
นำวัสดุมาใช้ให้เกิดประโยชน์
4. ปฏิบัติการใช้เครื่องมือช่างทั่วไปอย่างถูกต้อง
5. ปฏิบัติการใช้ใช้เครื่องมือวัด เครื่องมือร่างแบบ
เครื่องมือตัดอย่างถูกต้อง
|
การจัดทำหลักสูตร
Curriculum Organization
|
กระบวนการพัฒนาหลักสูตร/ความรู้/ทักษะ/ความสามารถ
|
การทำความรู้ให้กระจ่างแจ้ง
|
การระบุ
การได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม
|
ยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
|
|
Curriculum Planning
วัสดุช่างอุตสาหกรรม
|
การจัดทำหลักสูตร
รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของฮันกิน
รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรของฮันกิน (Hunkins) ใช้แนวคิดการพัฒนาหลักสูตร คล้ายของไทเลอร์ที่เรียกว่า
เทคนิควิธีการทางวิทยาศาสตร์ (technical – scientific
models) โดยมีขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตร 7 ขั้นตอน ดังนี้
4.1 การกําหนดกรอบแนวคิดเกี่ยวกับหลักสูตร (curriculum
conceptualization and legitimization)
4.2 การวินิจฉัยหลักสูตร (curriculum
diagnosis) เพื่อคัดเลือกวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
4.3 การคัดเลือกเนื้อหา (content
selection) เป็นการคัดเลือกข้อเท็จจริง ความคิด รวบยอดหลักการ
ทฤษฎี และเกณฑ์รวมทั้งกระบวนการทางปัญญา
4.4 การคัดเลือกประสบการณ์การเรียนรู้ (experience
selection) เป็นการคัดเลือก วิธีการสอน กิจกรรมกาเรียนการสอน ตลอดจนสื่อการเรียนการสอนประเภทต่าง
ๆ
4.5
การนําหลักสูตรไปใช้ (implementation) ในขั้นการทดลองใช้
หลักสูตรการจัดทําเอกสารประกอบหลักสูตร
การประชาสัมพันธ์และการอบรมการใช้หลักสูตรให้แก่โรงเรียน
4.6
การประเมินผล (evaluation)
เป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพของหลักสูตร
4.7
การดูแลหลักสูตร (maintenance) เป็นการกํากับดูแล
อํานวยความสะดวกทั้งในด้านการนิเทศติดตามผลการใช้หลักสูตรการจัดสรรด้านงบประมาณ
การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรให้แก่ชุมชน
|
3. จะจัดประสบการณ์ทางการศึกษาอย่างไร
จึงจะทำให้การสอนมีประสิทธิภาพ |
การพัฒนาหลักสูตร
1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน
2)
ร่างหลักสูตร/แผนการสอนรายวิชา
3) จัดทำแผนการสอน
4) วางแผนประเมินหลักสูตรรายวิชา
5.การนำแผนการสอนไปใช้
6.การปรับปรุงแก้ไข
|
การประเมินหลักสูตร
Curriculum Evaluation
|
กระบวนการพัฒนาหลักสูตร/ความรู้/ทักษะ/ความสามารถ
|
การทำความรู้ให้กระจ่างแจ้ง
|
การระบุ
การได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม่
|
ยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
|
|
Curriculum Planning
วัสดุช่างอุตสาหกรรม
|
การประเมินหลักสูตร
ใช้ทฤษฎีของ Boom
มี3ด้าน ดังนี้
1.พุทธิพิสัย
(Cognitive
Domain)พฤติกรรมด้านสมองเป็นพฤติกรรมเกี่ยวกับสติปัญญา ความรู้
ความคิด ความเฉลียวฉลาด ความสามารถในการคิดเรื่องราวต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งเป็นความสามารถทางสติปัญญา
พฤติกรรมทางพุทธิพิสัย 6 ระดับ ได้แก่
1. ความรู้ความจำ
ความสามารถในการเก็บรักษามวลประสบการณ์ต่าง ๆ จากการที่ได้รับรู้ไว้และระลึกสิ่งนั้นได้เมื่อต้องการเปรียบดังเทปบันทึกเสียงหรือวีดิทัศน์ที่สามารถเก็บเสียงและภาพของเรื่องราวต่างๆได้ สามารถเปิดฟังหรือ ดูภาพเหล่านั้นได้ เมื่อต้องการ
2. ความเข้าใจ
เป็นความสามารถในการจับใจความสำคัญของสื่อ และสามารถแสดงออกมาในรูปของการแปลความ ตีความ คาดคะเน ขยายความ หรือ การกระทำอื่น ๆ
3.
การนำความรู้ไปใช้
เป็นขั้นที่ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ไปใช้ในกาแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจ จึงจะสามารถนำไปใช้ได้
4. การวิเคราะห์
ผู้เรียนสามารถคิด หรือ แยกแยะเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นส่วนย่อย เป็นองค์ประกอบที่สำคัญได้ และมองเห็นความสัมพันธ์ของส่วนที่เกี่ยวข้องกัน ความสามารถในการวิเคราะห์จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ความคิดของแต่ละคน
5. การสังเคราะห์
ความสามารถในการที่ผสมผสานส่วนย่อย ๆ เข้าเป็นเรื่องราวเดียวกันอย่างมีระบบ เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่สมบูรณ์และดีกว่าเดิม อาจเป็นการถ่ายทอดความคิดออกมาให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย การกำหนดวางแผนวิธีการดำเนินงานขึ้นใหม่ หรือ อาจจะเกิดความคิดในอันที่จะสร้างความสัมพันธ์ของสิ่งที่เป็นนามธรรมขึ้นมาในรูปแบบ หรือ แนวคิดใหม่
6. การประเมินค่า
เป็นความสามารถในการตัดสิน
ตีราคา หรือ สรุปเกี่ยวกับคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ
ออกมาในรูปของคุณธรรมอย่างมีกฎเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นไปตามเนื้อหาสาระในเรื่องนั้น
ๆ หรืออาจเป็นกฎเกณฑ์ที่สังคมยอมรับก็ได้
จิตพิสัย (Affective
Domain)(พฤติกรรมด้านจิตใจ)
ค่านิยม ความรู้สึก ความซาบซึ้ง ทัศนคติ ความเชื่อ ความสนใจและคุณธรรม พฤติกรรมด้านนี้อาจไม่เกิดขึ้นทันที
ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
และสอดแทรกสิ่งที่ดีงามอยู่ตลอดเวลา
จะทำให้พฤติกรรมของผู้เรียนเปลี่ยนไปในแนวทางที่พึงประสงค์ได้
ด้านจิตพิสัย
จะประกอบด้วย พฤติกรรมย่อย ๆ 5 ระดับ ได้แก่
1.การรับรู้
... เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นต่อปรากฎการณ์
หรือสิ่งเร้าอย่างใดอย่างหนึ่ง
ซึ่งเป็นไปในลักษณะของการแปลความหมายของสิ่งเร้านั้นว่าคืออะไร
แล้วจะแสดงออกมาในรูปของความรู้สึกที่เกิดขึ้น
2. การตอบสนอง ...เป็นการกระทำที่แสดงออกมาในรูปของความเต็มใจ
ยินยอม และพอใจต่อสิ่งเร้านั้น ซึ่งเป็นการตอบสนองที่เกิดจากการเลือกสรรแล้ว
3. การเกิดค่านิยม
... การเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เป็นที่ยอมรับกันในสังคม
การยอมรับนับถือในคุณค่านั้น ๆ หรือปฏิบัติตามในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
จนกลายเป็นความเชื่อ แล้วจึงเกิดทัศนคติที่ดีในสิ่งนั้น
4. การจัดระบบ ... การสร้างแนวคิด
จัดระบบของค่านิยมที่เกิดขึ้นโดยอาศัยความสัมพันธ์
ถ้าเข้ากันได้ก็จะยึดถือต่อไปแต่ถ้าขัดกันอาจไม่ยอมรับอาจจะยอมรับค่านิยมใหม่โดยยกเลิกค่านิยมเก่า
5. บุคลิกภาพ ... การนำค่านิยมที่ยึดถือมาแสดงพฤติกรรมที่เป็นนิสัยประจำตัว
ให้ประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ถูกต้องดีงามพฤติกรรมด้านนี้
จะเกี่ยวกับความรู้สึกและจิตใจ ซึ่งจะเริ่มจากการได้รับรู้จากสิ่งแวดล้อม
แล้วจึงเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ขยายกลายเป็นความรู้สึกด้านต่าง ๆ
จนกลายเป็นค่านิยม
และยังพัฒนาต่อไปเป็นความคิด อุดมคติ
ซึ่งจะเป็นควบคุมทิศทางพฤติกรรมของคนคนจะรู้ดีรู้ชั่วอย่างไรนั้น
ก็เป็นผลของพฤติกรรมด้านนี้
ทักษะพิสัย (Psychomotor
Domain) (พฤติกรรมด้านกล้ามเนื้อประสาท)
พฤติกรรมที่บ่งถึงความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่วชำนิชำนาญ ซึ่งแสดงออกมาได้โดยตรงโดยมีเวลาและคุณภาพของงานเป็นตัวชี้ระดับของทักษะ
พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย
ประกอบด้วย พฤติกรรมย่อย ๆ 5 ขั้น
ดังนี้
1. การรับรู้ ... เป็นการให้ผู้เรียนได้รับรู้หลักการปฏิบัติที่ถูกต้อง หรือ
เป็นการเลือกหาตัวแบบที่สนใจ
2. กระทำตามแบบ
หรือ เครื่องชี้แนะ ...
เป็นพฤติกรรมที่ผู้เรียนพยายามฝึกตามแบบที่ตนสนใจและพยายามทำซ้ำ
เพื่อที่จะให้เกิดทักษะตามแบบที่ตนสนใจให้ได้ หรือ สามารถปฏิบัติงานได้ตามข้อแนะนำ
3.
การหาความถูกต้อง พฤติกรรมสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง
โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องชี้แนะ เมื่อได้กระทำซ้ำแล้ว ก็พยายามหาความถูกต้องในการปฏิบัติ
4.
การกระทำอย่างต่อเนื่องหลังจากตัดสินใจเลือกรูปแบบที่เป็นของตัวเองจะกระทำตามรูปแบบนั้นอย่างต่อเนื่อง
จนปฏิบัติงานที่ยุ่งยากซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง คล่องแคล่ว การที่ผู้เรียนเกิดทักษะได้ ต้องอาศัยการฝึกฝนและกระทำอย่างสม่ำเสมอ
5.การกระทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ พฤติกรรมที่ได้จากการฝึกอย่างต่อเนื่อง
จนสามารถปฏิบัติ
ได้คล่องแคล่วว่องไวโดยอัตโนมัติ เป็นไปอย่างธรรมชาติ
ซึ่งถือเป็นความสามารถของการปฏิบัติในระดับสูง
|
4. จะประเมินประสิทธิผลของประสบการณ์
ในการเรียนอย่างไร จึงจะตัดสินได้ว่าบรรลุถึง จุดประสงค์ที่กำหนดไว้ |
แผนการประเมิน
1.พุธพิสัย(70คะแนน)
-สอบกลางภาค(20คะแนน) -สอบปลายภา ( 20คะแนน) -ใบงาน(30คะแนน) เกณฑ์ให้คะแนน 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 ปานกลาง 3-4 พอใช้ 0-2 ปรับปรุง
2.จิตพิสัย(10คะแนน)
เกณฑ์ให้คะแนน (ถ้าเข้าเรียนครบ ส่งงานตรงเวลา)
3.ทักษะพิสัย(20คะแนน)
-ประเมินผลงานจากการปฏิบัติ
เกณฑ์ให้คะแนน
4 หมายถึง ดีมาก
3 หมายถึง ดี
2 หมายถึง พอใช้
1 หมายถึง ปรับปรุงแก้ไข
0 หมายถึง ไม่มีคะแบบ |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น